ไลฟ์สไตล์ (lifestyle) คือ วิถีการดำเนินชีวิตของบุคคล โดยที่ลักษณะของพฤติกรรมต่างๆ จะเป็นตัวบ่งบอกถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตของแต่ละแบบ แต่ละคน หรือถ้าย้อนไปก่อนหน้านี้ เราอาจจะใช้เรียกแทนคำว่า “วิถีชีวิต” ก็ได้

“Fashion changes, but style endures.” ก็อาจจะจริงอย่างที่ COCO Chanel ว่าเอาไว้

ไลฟ์สไตล์ จึงกลายเป็นอัตลักษณ์ ซึ่งหมายถึงความเป็นปัจเจกของแต่ละคน ซึ่งจะมีความชัดเจนในตัวเองที่อาจจะแมชท์กันบ้างในบางมิติเหมือน tinder หรือแตกต่างกันสุดขั้วเลยก็เป็นไปได้

I enjoy everything I do, from music to fashion or to watches – the lifestyle.

นี่คือไลฟ์สไตล์ของผมที่แมชท์กับความเป็น lifestyle hotel ในแบบของโรงแรม SO Sofitel Hua Hin ล่าสุดที่เพิ่งไปพักมาเมื่อสัปดาห์ก่อน ทางโรงแรมกำลังเปิดโซนใหม่ครับ เพิ่งสร้างเสร็จสดๆ ร้อนๆ สวยขึ้นไปอี๊กกกกก

SO/ Hua Hin เป็นโรงแรมที่ชิคมาก ตั้งแต่ผู้จัดการยันคนรับรถ มันรู้สึกได้เลยนะว่า Comfy อันนี้เป็นศัพท์เก๋ๆ ที่หยิบมาจากชื่อ type ห้องที่ผมไปพัก SO COMFY Signature Pool Access, SO Nature & SO Arty Design ชื่อ type ย๊าวยาวววว แต่เดาความได้ว่า “อะไรที่ว่าเก๋ ที่ว่าดี ขนมาใส่ในห้องนี้หมด”

เริ่มตั้งแต่เป็นโซนเปิดใหม่ พร้อมสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่ 60 เมตร อีก 1 สระ ห้องพักก็กว้างและใกล้สระน้ำ กระโดดเล่นน้ำจาก terrace หน้าห้องได้ทันที ว่ายน้ำเล่นได้สบาย และที่สำคัญคือมีของเล่นใหม่ เป็นเครื่องเล่นเป่าลมลอยน้ำขนาดยักษ์ที่เรียกว่า Wibit Adventure Float เนี้ยแหละ สนุกสนานและท้าทายพลังโคตร ภายในตกแต่งได้อาร์ตมากประดับตกแต่งเตียงด้วยไม้ มี decoration ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ของ SO ตลอดเวลาที่พักอยู่ที่นี่จะไม่ค่อยรู้สึกว่านอนที่โรงแรมสักเท่าไหร่ แต่เหมือนเป็น Art Gallery ที่พักได้มากกว่า ที่ชอบคือ turn point เป็นตู้เสื้อผ้า รูปกระเป๋าเดินทางสีน้ำตาล ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง หมุนได้เกือบรอบทิศ ติด Smart TV ไว้บนนั้นด้วย จะหมุนจอไปดูตอนแช่น้ำในอ่างก็ได้ จะนอนดูบนเตียงหรือดูตอนนั่งโซฟาก็ได้ เป็นไอเดียที่น่าซื้อมาก

วันที่ผมไปทางโรงแรมจัดงาน GIN & JAZZ Night ครับ จิบจินเบาๆ เคล้าเสียงเพลงแจ๊สจากไลฟ์แบนด์ งานนี้จะจัดทุกเสาร์ที่ 3 ของเดือน

ส่วนรีวิวนี้พาไปชมบรรยากาศ ความชิค ความเก๋ ไลฟ์สไตล์เท่ห์ๆ แบบเฉี่ยวซ่อนเปรี้ยว ของโรงแรม SO/ Sofitel Hua Hin Hotel กันก่อนนะครับ

ชอบในความดีไซน์
รักในความมีสไตล์ที่เกร๋
หลงใหลในการออกแบบ
ประทับใจในการให้บริการ

“You cannot fake chic but you can be chic and fake fur.”

— Karl Lagerfeld

มุมมหาชนที่ทุกคนต้องมาเช็คอิน ดุจการให้ของขวัญกับตัวเองด้วยการเข้าพักที่โรงแรมสุดเปรี้ยวแห่งหนึ่งของหัวหิน
 

•CONCEPT

ด้วยคอนเซ็ปต์ของโรงแรมคือ “ท่องโลกแห่งจินตนาการ”

เราจึงได้เห็นงานออกแบบที่เปี่ยมไปด้วย passion มันคือการ create โลกแห่งจินตนาการ ที่ที่ธรรมชาติ งานดีไซน์และเทคโนโลยีล้ำสมัย ผสมผสานรวมกัน ก่อกำเนิดให้เป็นภาพมายาที่ลงตัวบนความงดงามพร้อมด้วยลูกเล่นต่างๆมากมาย ภาพวาดอันสวยงดงามต่างๆ ถูกบันดาลให้มีชีวิตขึ้นมาภายในห้องพัก พร้อมกับสิงสาราสัตว์น้อยใหญ่รอคอยต้อนรับ ราวกับอยู่ในโลกแฟนตาซี ในทุกๆย่างก้าวที่เดินไป

เริ่มต้นรับการต้อนรับจากเจ้าบ้าน เป็นเจ้ากระต่ายตัวโตถือนาฬิกาอันใหญ่ยักษ์ ชื่อว่า “น้องสุขสบาย” ทำหน้าที่เป็น Time Keeper ก็คือ

“เมื่อมาถึงให้ทิ้งเวลาภายนอกเอาไว้ แล้วเก็บเกี่ยวเวลาแห่งความสุขจากที่แห่งนี้กลับไปให้เต็มที่”
Lobby ที่นี่เป็นแบบเปิดโล่งครับ เป็นอะไรที่เก๋ดีมากๆ สองฝากก็มองเห็นวิวได้ทั่ว หายใจได้สบายๆ พอเราเช็คอินพนักงานจะเอา Welcome Drink มาเสิร์ฟ มีชื่อเรียกว่า “Elixir” มาปรุงแล้วเสิร์ฟเลย เป็นชาสมุนไพร กระเจี๊ยบ โหระพาและตะไคร้ พอปรุงออกมาให้จะมีความหอมสมุนไพร รสหวานกลมกล่อม ให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย
installation art จะวางกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ของโรงแรมครับ โดยจะมีความแตกต่างกันไป โรงแรมคงวางกิมมิคไว้ให้เหมาะสำหรับคนชอบถ่ายรูป คนออกแบบ คือคุณด้วง ดวงฤทธิ์ และปรับปรุงโดยนักออกแบบแฟชั่น Asava ก็คือ Daddy พี่หมู ตั้งใจจะพัฒนาและออกแบบให้มีสตอรี่ มีมุมถ่ายรูปเยอะๆ ไม่ให้เสียพื้นที่เปล่า ซึ่งก็น่าดีใจนะครับ เพราะเป็นโรงแรมที่ต้องจับกล้องไว้ตลอดเวลา มุมไหนก็น่าถ่ายรูปไปเสียหมด

•COMFY

เข้าห้องพักดีกว่า ป้ายหน้าห้องเขียนต้อนรับพร้อมชื่อ ดูไปก็เก๋ดี แต่บางทีก็กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวนิดหน่อย เห็นมีหลายห้องให้แม่บ้านมาลบออกภายหลังจากเช็คอินเข้าพัก ก็ได้นะครับ ห้อง 812 เป็นเฟสใหม่ที่เพิ่งเปิดเลย เป็นห้อง pool access
เนื่องจากเป็นทริปสั้นๆ 3 วัน 2 คืน ขนเสื้อผ้ามาพอประมาณ ใส่กระเป๋าเดินทางที่เพิ่งถอยมาใหม่ ยี่ห้อ LEGEND WALKER นำเข้าจากญี่ปุ่นครับ จาก Jptravelstore เจ้านี้นำเข้ากระเป๋าเดินทางหลายญี่ห้อแบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นเลยครับ เลือกสี White Carbon มา
ถามว่ากลัวเปื้อนไหม
ไม่กลัวนะ เพราะเป็น Cabin size เราไม่ค่อยได้โหลดกระเป๋าไซส์นี้เวลาเดินทางไกลอยู่แล้ว แต่สีนวลมาก ชอบเลย เทียบราคาดูแล้วพอๆ กันกับที่เคยไปดูที่โตคิวแฮนด์ เลยซื้อที่นี่ดีกว่า ไม่ต้องแบกมาจากญี่ปุ่น
ขออภัย เห็นเหมือนตัวใหญ่ แต่จริงๆ แล้วเป็นผู้ชายไซส์ S นะฮะ พกแม่มาด้วยวันนี้ Coco Chanel BLUE DE CHANEL
วางกระเป๋าเสร็จก็เดินสำรวจในห้องสักหน่อย เป็นห้องเฟสใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการครับ การตกแต่งก็เป็นไปตามคอนเซปต์ มีความเก๋นำ ตามด้วยธรรมชาติรังสรรค์ ชอบที่นำไม้มาทำเป็นเสาตรงหัวนอน ดูไม่ค่อยเรียบร้อยเข้ากับปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์ ซึ่งลงตัวดีมาก ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อย่างมีระดับ ฝั่งตรงข้ามตรงโซฟา ก็ประดับประดาด้วยกรอบไม้เปลือยพร้อมภาพวาดศิลปะ ที่จะแตกต่างกันไปในแต่ละห้อง
ภายในห้องมีอ่างอาบน้ำ และห้องน้ำ ห้องสุขาแยกส่วนกัน ชอบไอเดียที่เอากระจกเงามาเข้ากรอบด้วยไม้ท่อนเล็ก ดูแพงขึ้นไปได้อีก แต่เด็ดสุดเห็นจะเป็นตู้เสื้อผ้าทรงกระเป๋าเดินทางที่ตั้งอยู่กลางห้องนี่แหละครับ หมุนได้เกือบรอบ ด้านหลังเป็นทีวีที่สามารถหมุนมาเวลาเราแช่อ่างได้ด้วยครับ  เพลินๆ

เดี๋ยวนี้ La Mer กลายเป็นครีมตัวโปรดของผมไปเสียแล้วครับ นึกย้อนไปถึงช่วงแรกๆ ที่ใช้ หน้าเห่อ สิวพรื่บบบ ให้เวลา 2-3 วัน ลาแมร์ปรับสภาพผิวหน้าให้ดีมาก จนติดใจ ใช้ต่อเรื่อยมา

อายุก็เยอะละ ต้องดูแลตัวเองหน่อยครับ

บริเวณส่วนเชื่อมต่อซึ่งก็คือ ห้อง type Pool Access ที่ว่าครับ เอาจริงๆ เราสามาระนั่งผ่อนคลายจากระเบียงห้องนี้ได้เลยครับ ถ้าเบื่อก็ลงไปกระโดดน้ำเล่นแล้วขึ้นมาพักใหม่ได้ค่อนข้างสะดวก เห็นว่าฝั่งตรงข้ามเป็นห้องสำหรับครอบครัว มีบันไดวนส่วนตัวด้วย
เก๋เข้าไปใหญ่!!

•BEACH

ชายหาดหน้าโรงแรมค่อนข้างกว้างและมีความเป็นส่วนตัวสูงครับ ถ้าหากเป็นช่วงเวลาน้ำลด สามารถลงไปเล่นน้ำบริเวณชายหาดด้านล่างได้ ข้อดีคือคนไม่พลุกพล่านครับ

เราจึงได้เห็นการหยิบหนังสือมานอนอ่านริมทะเลได้เป็นวันๆ โดยไม่รู้สึกหงุดหงิดใจ หรือการถ่ายเซลฟ์ฟี่ภาพคู่น่ารักๆ

•BAR AND RESTAURANT

ห้องอาหารหลักของที่นี่ชื่อ ห้องอาหาร WHITE OVEN ที่เรียกว่า “ไวท์ โอเว่น” เน้นความโดดเด่นด้วยอาหารไทยที่มีการนำเสนอด้วยสไตล์ร่วมสมัย ในทุกมื้อครับ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

ทานคนเดียวมันก็จะดูเหงาๆ หน่อยนะฮะ เซบาสเตียน

ทุกคืนวันเสาร์ที่ 3 ของสัปดาห์จะมีกิจกรรมพิเศษชื่อว่า Gin & Jazz ครับ

คอนเซปต์ก็ตรงตามตัวเลย จิบจิน กินข้าว เคล้าเสียงเพลง เป็น live band เล่นสดครับ ปกติ Gin & Jazz จะจัดกลางสนามหญ้าหน้าหาดครับ แต่เสาร์ที่ผมไป ฝนตกปรอยๆ เลยต้องย้ายมาที่ Beach Society แทน ก็โรแมนติคไปอีกแบบครับ

ส่วนวิธีการสั่ง คือจะได้รับใบมา เพื่อให้เราเลือกส่วนผสม โดยมีเบส เป็น Gin Tonic หรือตามแต่ใจ ส่วนผสมอื่นๆ ก็จะมีให้ติ๊กด้านหลังครับ สนุกดีเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยจะไหว เมาง่าย  ที่นี่มีอาหารไว้บริการด้วยครับ เป็นสไตล์ยุโรปฟิวชั่น ส่วนตัวชอบสลัดครับ อร่อยมาก

แอบแว๊ปขึ้นมานั่งเล่น บน HiSo Bar กันบ้าง เพราะโดนเด่นมาแต่ไกลอยู่ตรงส่วนไหนของโรงแรมก็มองเห็น เพราะเป็นชั้น 2 ของห้องอาหาร White Oven จะเห็นว่า Signature เป็นเสาหินสีขาวยังตามขึ้นมาถึงชั้นบนครับ

เป็นบาร์ที่บรรยากาศดี สีสวย มีทั้งมุม indoor และ outdoor ครับ

ก่อนกลับเข้าห้อง มาลองดูตรงสระผู้ใหญ่กันหน่อย จะอยู่ในผนังหินซึ่งมีชื่อว่า Solarium Pool สระนี้ไม่อนุญาตให้เด็กๆ ลงเล่นนะครับ เป็นสระที่เก๋ ด้วนประติมากรรมนักกระโดดน้ำ

ที่นี่จะมีสระว่ายน้ำ 3 แห่ง ที่เห็นนี้คือสระแรก บริเวณสระออกแบบสีสันสดใส เป็นเอกลักษณ์ที่ใครๆ ก็ต้องมาถ่ายรูป ซึ่งเด็กๆ สามารถเข้าไปใช้สระว่ายน้ำบริเวณหน้าหาก นั่นคือ SO Pool และสระใหม่ที่เพิ่งเปิดในเฟส 2 ซึ่งมีเจ้าแท่นลม wibit ให้เล่นด้วยครับ

Wibit Adventure Float
ขากลับห้องพักโซนใหม่จะผ่านสระ Signature Pool และ Wibit Adventure Foat ที่นี่ปิด 21.00 น. ครับ จะได้ไม่รับกวนแขกที่เข้าพักห้อง pool access มากนัก ถัดไปด้านในที่ยังเปิดไฟอยู่คือ KIDS TENT ตกแต่งด้วยสไตล์ซาฟารี ที่เป็นร้านไอศครีม เครื่องดื่มและยังตอบโจทย์การพักผ่อนสำหรับครอบครัว ให้เด็กๆได้เพลิดเพลินไปกับของเล่นนานาชนิดพร้อมทั้งกิจกรรมที่มาให้ได้ร่วมสนุกตลอดทั้งวัน ทั้งบ่อลูกบอลหลากสี กิจกรรม DIY รวมไปถึงเกมส์ PS4 และ Nintendo Switch ซึ่งจะมีแอมบาสเดอร์คอยดูแลตลอดทั้งวัน
ส่วนในวันอาทิตย์ที่ Sunday Brunch ให้ทานกันที่ Beach Society ไม่จำเป็นต้องเป็นแขกของโรงแรมก็สามารถมาทานได้นะครับ ที่นี่มี DJ สาวสวยมาเปิดแผ่น สามารถบรรยากาศที่ดีในการรับประทานอาหาร
เลือกไม่ถูกเพราะไลน์อาหารเยอะมาก ทั้งแบบสั่งเสิร์ฟและตักเอง ถ้าจะให้อินก็เลือกนั่งบริเวณริมชายหาดได้นะครับ ฟีลดีเชียว
SO/ HUA HIN This is Happy Place

หลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง มาผ่อนคลายร่างกายและจิตใจของบนหาดทรายขาวที่รีสอร์ท ติดทะเลชะอำ รับชมธรรมชาติ เพลิดเพลินไปกับร้านอาหารท้องถิ่น และไลฟ์สไตล์ของเมืองริมทะเล ช่วยเติมพลังให้กับผมได้เป็นอย่างดี

แม้ช่วงนี้ชีวิตเหมือนจะมีแต่ปัญหา แต่ว่าก็ต้องเดินหน้าต่อ Life Goes On

“And you find some way to survive
And you find out you don’t have to be happy at all..
To be happy you’re alive.”

ที่นี่มีห้องอาหารเช้าหลักก็คือ “White Oven” ซึ่งถือเป็น ไฮไลท์อันดับหนึ่งจริงๆ อาหารเช้าจัดหนักจัดเต็มมาก และที่สำคัญ เกร๋ๆ ด้วยการเอากรงใส่ปลาทองมาตั้งไว้กลางห้อง คอยต้อนรับแขก เพราะคนเยอะมากกกกกก แต่อาหารก็เยอะมากกกกกกก เลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว

ห้องอาหารไวท์ โอเว่น (White Oven) เป็นห้องอาหารที่ออกแบบโดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่เตาอบสีขาวที่ตั้งอยู่ใจกลางห้องอาหาร นำเสนออาหารไทยในรูปแบบใหม่ที่เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบที่หาได้จากในพื้นที่ ทั้งจากในสวนสมุนไพร และจากในทะเล บนความงดงามของเทคนิคการทำอาหารชั้นสูงจากเชฟมือฉมัง มีทั้งอาหารฝรั่ง อาหารไทยในสไตล์ดั้งเดิม หากแต่นำเสนอในมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร

ส่วนใครที่อยากมาลองทานอาหารกลางวันที่นี่ ก็แนะนำเลยครับ เพราะห้องอาหารที่นี่เปิดตลอดทั้งวัน เป็นแบบแคชชวลไดน์นิ่ง ออกแบบตกแต่งโดยอิงกับวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นถิ่นก็คือสไตล์เรือประมงและท้องทะเลนั่นเอง อาหารทุกจานควบคุมการปรุงโดย “เชฟหลิว” เป็นคนเมืองเพชร รับรองปรุงอาหารแต่ละจานได้เด็ดขาดมาก ตามสไตล์คนเพชร

นอกจากนี้ ที่ SO/ HUA HIN ยังมีห้องอาหารพิเศษ สำหรับคนพิเศษที่ได้รับการ invite จากพนักงาน ให้ได้เข้าไปทานที่ Beach Society ห้องอาหารและบีช คลับ ริมชายหาด ที่เต็มไปด้วยความแปลกใหม่และแฝงไว้ซึ่งลูกเล่นที่ทำให้เรารู้สึกสนุกสนานได้ตลอดทั้งวัน ไลน์อาหารอาจจะไม่อลังการเท่าที่ White Oven เพราะที่นี่จะเน้นความเรียบที่หรูหรา และมีความเป็นส่วนตัวเงียบสงบมากกว่า แขกที่มาทานจะเป็นห้อง Pool Acees และ Poll Villa เป็นหลักครับ

ผมสั่ง Egg Benedict the Signature มาลองทานดูครับ

Even though we have been hurt, we must find a way to get through it, life goes on whether we want it to or not. The world keeps turning no matter how bad we feel. This is why we have to learn how to bounce back and keep moving forward.
ครบ 3 วัน ได้เวลาเดินทางกลับแล้วครับ ก็ต้องเดินย้อนออกไปทางเขาวงกต เหมือนกับตอนที่เดินเข้ามา ยังคงลีลาความเป็น โซ หัวหินได้ไม่รู้จบ

สรุปแล้ว SO/ HUA HIN เป็นโรงแรมที่อยู่ใน Bucket list จองผมและอีกหลายคนไปเสียแล้วครับ อยากให้มากัน

ส่วนใหญ่ที่เคยไปเที่ยวตั้งแต่เป็น Alila – Hotel de la piax จนล่าสุดเปลี่ยนเป็น SO/ Sofitel ต้องบอกว่า จะแปลกใจกับการเปลี่ยนแปลงที่มีมากมาย ดีไซน์ที่ใส่เข้ามาจนรู้สึกว่า มุมถ่ายรูปจะเยอะไปไหน แต่ชอบนะครับ นับเป็นโรงแรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสุดๆ โดยเฉพาะด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายในโรงแรมและห้องพัก

จัดให้หนัก เอาให้ยับเลยครับงานนี้

SO/ Sofitel Hua Hin
115 Moo 7 Tambol Bangkao
Phetchaburi
76120
HUA HIN
THAILAND
Tel: (+66)32-709555
Fax: (+66)32-473190

Check-in from 14h00
Check out up to 12h00