นิกโก … นั้นโก้จริงๆ อย่างที่ตัวเพลงเขาว่าครับ

อ้าว โทดๆ ไม่ใช่เหรอ!?!! นั่นมันสาวบางโพ!!

แต่จะว่าไป “นิกโก” ก็สวยไม่แพ้สาวบางโพหรือสาวบางไหนๆ ครับ เพราะเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี … นิกโกจะคนเยอะเป็นพิเศษครับ

ชี้จุดภาพเปิดของอัลบั้มชุดนี้ แนะนำว่ามองจากทางแยกเมื่อรถลงจากเขาก่อนเข้าโซนน้ำตก จะเจอสามแยก เป็นสะพานที่รถต้องติดไฟแดงครับ เลี้ยวขวาจะไปน้ำตก ส่วนเลี้ยวซ้ายจะไปที่ทะเลสาบ จะต้องข้ามสะพานแห่งนี้ และหันหน้าไปทางซ้ายมองไปจะมองเห็นมุมนี้ที่มีความสวยงามครับ

I’m so glad I live in a world where there are Octobers.

มาฉลองฮาโลวีน พร้อมชมใบไม้เปลี่ยนสีที่นิกโก ญี่ปุ่นครับ หนึ่งในจุดหมายปลายทางชมใบไม้ที่หลายคนอยากมา

Now Autumn’s fire burns slowly along the woods and day by day the dead leaves fall and melt into the lake.

ช่วงนี้เป็นช่วงพีคสำหรับนิกโกครับ คนจะเยอะเป็นพิเศษ เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเพื่อนชาวญี่ปุ่นเล่าข่าวว่ารถติดกันยาว ผมเลยเลือกเอาวันธรรมดาจะดีกว่า ขนาดมาวันพุธ คนก็ยังเยอะ รถลงจากเขาช่วงบ่ายหลังกลับจากไปชมไฮไลท์คือทะเลสาบและน้ำตก Lake Chuzenji, Kegon Waterfall ลงจากเขากันมา เพื่อจะมาต่อกันที่ศาลเจ้าและสะพานชินเคียว ส่วนคันของผมกำลังขับสวนขึ้นไป เพราะอยากได้แสงเย็นของนิกโก ออกมาเป็นภาพเซ็ทนี้อย่างที่เห็น

“When the sun has set, no candle can replace it.”

แต่ไม่ทันจะเย็นหรอกครับ 4 โมงครึ่งก็เริ่มมืดแล้วต้องรีบลงมา เพราะว่าเส้นทางตามเขาไม่มีแสงไฟ ดังนั้นใครจะขับรถเที่ยวต้องกะเวลาให้ดีครับ เวลาวางแผนผมอยากจะแนะนำให้ลองแพลนกลับกันจากคนทั่วไป ถ้าคนส่วนใหญ่นิยมไปเที่ยวที่ A ช่วงเช้า เราลองไปบ่ายดู เพื่อเลี่ยงนักท่องเที่ยวจำนวนมากครับ จะได้ไม่แออัดเบียดเสียด ลองอ่านดูจากโปรแกรมทัวร์ก็ได้ครับ ถ้าคณะทัวร์ไปที่ไหนในเวลานั้น เราเลี่ยงดีกว่า เพราะส่วนมากจะโปรแกรมคล้ายๆ กันหมด

“I can’t give you the sunset, but I can give you the night.”


ลองสลับแผนเที่ยวยังไงก็ได้ ให้ลงตัวกับเราที่สุดครับ (ใจก็อยากโชว์ของตัวเองให้ดูเหมือนกัน แต่อายลายมือจัง พันกันยุ่งเชียว ^^) 
แต่ถ้าใครชอบขับรถเที่ยวญี่ปุ่นแบบผม ซึ่งมันดีมาก หากมาเที่ยวไกลๆ อย่างนิกโก วันนี้ผมเห็นคนต่อคิวขึ้นรถบัสลงจากน้ำตกแล้วก็เห็นใจ แถวยาวมาก ซึ่งไม่ได้มีแต่คนไทยนะครับ จีนหรือฝรั่งก็เยอะ ดังนั้นกะเวลาให้ดีครับ แพลนเรื่องร้านอาหารให้ชัด กะเวลาให้ถูก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเองเค้าก็นิยมมาชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่เหมือนกัน

เริ่มต้นที่รูปปั้นบริเวณสะพานชินเคียว เดินเลยไปอีกนิดจะเป็นตัวสะพานชินเคียวครับ Shinkyo Bridge หนึ่งในไฮไลท์ของเมืองมรดกโลกนิกโก ซึ่งจะอยู่ในโซนเดียวกับแลนด์มาร์คอย่างศาลเจ้าโทโชกุ Toshogu Shrine และศาลเจ้าไทยุอินเบียว ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางที่เรามักจะเดินเที่ยวกันใน central nikko ให้ทั่วครับ ซึ่งบริเวณนี้ก็จะเต็มไปด้วยผู้คน ร้านอาหาร ร้านขนม ร้านของฝากมากมาย เมื่อกลางวันนี้ก็ฝากท้องไว้กับร้านโซบะแถวนี้แหล่ะครับ แต่ถ้าไม่อยากรอคิวนานอาจจะเลี่ยงนิดหน่อยด้วยการมาทานเร็วขึ้นหรือทานช้าลงอย่ามาติดเที่ยงครับเพราะว่าคนเยอะจริงๆ

ขออนุญาตนำภาพตัวเองมาประกอบเทศกาลฮาโลวีนนะครับ เพื่อที่จะหลอน!! ให้กลัว เอ๊ยยย!! ไม่ใช่

แหม … ก็อยากจะมีภาพอยู่ในอัลบั้มของตัวเองกับเค้าบ้างอะไรบ้าง

ภาพนี้ถ่ายที่จุดชมวิวถนนสายโรแมนติคอิโรฮาซากะ – Irohazaka Winding Road ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขับรถชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น มองไปก็จะเห็นเป็นเส้นทางขึ้นลงเขา โค้งไปโค้งมา เป็นถนนที่โอบล้อมไปด้วยภาพใบไม้เปลี่ยนสี ลัดเลาะไปตามไหล่เขา ใบไม้เป็นสีแดง ส้ม เหลือง สลับกันสวยงามมากก่อนขึ้นเขาไปน้ำตกครับ ถ้านั่งรถบัสมาอาจจะไม่ได้จอดครับต้องขับรถมาเอง

ทริปนี้นอกจากขับรถแล้ว ยังเป็นช่างภาพเหมือนเคยครับ แต่ก็นะบางทีช่างภาพก็อยากจะมีรูปสวยๆ กับเค้าบ้าง ทริปนี้เช่า TOYOTA ALPHARD จาก TOYOTA Rent-A-Car มาครับ โชคดีมากที่ได้รถรุ่นใหม่เป็นรุ่นไฮบริดครับขับสบายเชียวนุ๊มนุ่ม เสียงเงียบ จนไม่รู้ว่าเครื่องติดแล้ว

ส่วนช่วงขึ้นเขา สัญญาณ Wi-Fi จาก 4wifi by 4gpocketwifi ยังคงทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีครับสัญญาณไม่หลุด ไม่สะดุดในทุกการเดินทาง หากเป็นเรื่อง wifi เที่ยวญี่ปุ่นต้องยกให้เจ้าตำหรับอย่าง 4WIFI เค้าครับ

ระหว่างทางขึ้นเขาก็จะเจออุโมงค์ลอดภูเขาครับ ซึ่งผมก็เห็นว่าแสงสวยดีเลยเสนอภาพมาฝากกัน แต่ว่าเป็นผลงานการกดชัตเตอร์ของคนนั่งข้างๆ ครับ

สแนปภาพสิงห์มอเตอร์ไซค์มาฝากกันครับ จากจุดพักรถทางขึ้นเขานี่เอง ซึ่งตลอดเส้นทางก็จะเต็มไปด้วยทางโค้งที่ค่อนข้างหักศอกและลาดชัน ไต่ขึ้นเขาไปครับ ส่วนรถที่สัญจรไปมาก็มีทั้งรถมอเตอร์ไซต์ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบัสนักท่องเที่ยว และรถบรรทุกครับ อย่างไรก็ตาม แม้ทางเป็นวันเวย์ก็เบาใจได้ครึ่งหนึ่ง แต่ก็ต้องไม่ประมาทในเรื่องของการใช้รถใช้ถนนครับ

จุดชมวิวที่สองเป็นจุดพักเข้าห้องน้ำด้วยครับ นั่นก็คือทางขึ้นกระเช้านั่นเอง มุมสูงมองเห็นกระเช้าเลยไปเห็นภูเขาทั้งลูกจากนิกโกครับ จะสังเกตว่าภูเขานั้นสลับสีสวยงามราวกับภาพวาด ในขณะเดียวกันบริเวณยอดเขาก็มีหมอกลงหนาจัดและบางช่วงนั้นก็มีฝนตกปรอยๆลงมาด้วยครับ

ผมเกรงว่ามันจะเย็นจนเกินไปครับก็เลยไม่ขึ้นกระเช้าดีกว่า เราขับรถตรงไปที่น้ำตกเลยครับ แต่ก็แวะเก็บภาพมาฝากกันมีนักท่องเที่ยวพอประมาณครับสำหรับบ่ายวันนี้

น้ำตกเคงอน Kegon Falls ลมค่อนข้างแรง อากาศก็ค่อนข้างเย็นนะครับ ดังนั้นก่อนจะลงจากรถเดินมาที่น้ำตกหยิบเสื้อกันหนาว กันลมมาเผื่อด้วยครับ

ลงมาเก็บแสงจากทะเลสาบซูเซนจิ (Lake Chuzenji) กันครับ โดยทะเลสาบแห่งนี้นี่จะตั้งอยู่บริเวณฐานภูเขาไฟนันไต นอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์สุดสดชื่นๆ พร้อมชมทะสาบงามๆ แล้ว ยังสามารถเดินป่าไปรอบๆทะเลสาบชูเซนจิ ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร หรือใครสะดวกล่องเรือก็เชิญนะครับ

นอกจากนี้ยังมีเรือเป็ดไว้คอยให้บริการสำหรับคนมากันเป็นคู่ด้วยครับ แต่เท่าที่กวาดตามอง ไม่มีใครถีบเรือเป็ดสักคนครับ อาจจะเป็นเพราะว่าลมแรงมีฝนตกด้วย แล้วก็ใกล้มืดแล้ว อย่างไรก็ดีทะเลสาบซูเซนจินั้นถือเป็นทะเลสาบที่มีความงดงามและน่ามาถ่ายรูปจุดหนึ่งของนิกโกเลยครับ

อากาศเย็นมาก ใส่เสื้อ 4 ชั้นยังเอาไม่ค่อยจะอยู่ครับ ดังนั้นกลับกันดีกว่าครับ ไม่ไหวแล้ววววววว หนาววววว ตอนนี้พูดแทบจะไม่เป็นภาษา กล้องเกลิ้งก็ไม่อยากจะจับแล้วครับอยากจะกลับลูกเดียวววววว

ใบไม้เปลี่ยนสีก็เหมือนแสงอาทิตย์ วันนี้มาไม่ทัน พรุ่งนี้พระอาทิตย์ก็ตกใหม่

ปีนี้ไปชมไม่ทัน ปีหน้ามันก็เปลี่ยนสีอีกรอบ

แต่ถ้าปีนี้ไม่ทัน ผมเป็นกำลังใจให้ แล้วปีหน้าแพลนมาใหม่ครับ