Nagano Niigata in Winter

ทริปแบบเร่งด่วนเพราะเห็นเพื่อนอัพรูปญี่ปุ่นรัวๆๆ ใครๆก็ไปญี่ปุ่น เลยอยากไปบ้าง ปกติเวลามาญี่ปุ่นจะแพลนก่อนล่วงหน้า 6 เดือน เพื่อตั๋วราคาถูก คราวนี้จัดแบบกระชั้นชิดราคาตั๋วพอรับได้ จึงเกิดทริปนี้ขึ้นมา

ทริปนี้พัก 4 คืน 4 ที่เลยครับ แพลนทริปตอนแรกคิดก่อนว่าจะไปไหนดี ปีนี้เลือกไป Nagano Niigata บ้าง เพราะปีก่อนไป Tohoku มาแล้ว (ซึ่งยังไม่ได้เขียนรีวิวเลย) pass รถไฟใช้ JR nagano niigata area ใช้ได้ 5 วันแบบไม่ต่อเนื่องภายใน 14 วัน ซื้อจาก Klook ราคาค่อนข้างถูก มี code ส่วนลดบ่อยๆด้วย ลองเชิร์จหาดูก่อนซื้อนะครับ

หลังจากซื้อ pass แล้วก็เชิร์จหาที่เที่ยวตาม pass แหละครับ มีหลายที่ เปลี่ยนใจไปมาหลายรอบจนมาจบที่ 4 ที่นี้
1. Kusatsu onsen
2. Takaragawa onsen
3. Jigokudani onsen
4. Awanoyu (Shirohane onsen)

เครื่องลงที่นาริตะ คิดว่าแลกพาสในสนามบินคิวยาวแน่นอน เลยซื้อ skyliner กะจะไปแลกที่ Ueno แทน (จริงๆคือกดดูราคาใน Klook แล้วกดผิดจองไปแล้ว คืนไม่ได้ด้วย เสียใจ 555 เลยเอามาใช้ซะ) แต่คุณคิดผิดมากๆๆๆๆๆ ที่ Ueno คนก็แลกพาสเยอะ แถมมีแค่ 2 เคาเตอร์อีกด้วย เพราะฉะนั้นใครคิดจะทำแบบนี้รอที่สนามบินดีสุดครับ มี 10 ช่อง เร็วกว่าแน่นอน

จาก Ueno ไป kusatsu onsen นั่ง LTD EXP KUSATSU ไปลงที่ Naganoharakusatsuguchi station ต่อด้วย Bus ง่ายสุดครับ แต่ลองเชิร์จ hyperdia ดูก่อนก็ดี บางที นั่ง Shinkansen ไปลง takasaki ต่อรถไป local ถึงเร็วกว่า แค่นั่งไม่สบาย แล้วก็ต้องเปลี่ยนรถหลายขบวนแค่นั้นครับ JR Nagano Niigata area ครอบคลุมทั้ง รถไฟและ JR bus ไป kusatsu นะครับ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม



ตอนเย็นพวกเราออกไปหาอะไรกินแถว YUbatake กลับมาก็มีคนปูที่นอนให้เรียบร้อยครับ

KaneMidori มีออนเซ็นทั้ง indoor และ outdoor แยกชายหญิง บ่อ outdoor เล็กๆพอได้ชมวิวหิมะตกเบาๆ ถ้าอยากแช่บ่อ outdoor ฟินๆ แนะนำเดินไปแช่ Sainokawara public onsen อันนั้นใหญ่มาก ตอนที่ผมไป ไปแช่ 5 โมงเย็นกว่าๆแล้วคนไม่เยอะ แต่น้ำที่นี่ผมว่าร้อนไปนิดนึง แช่ได้ไม่นานเท่าไหร่ ต้องขึ้นมาพักบ้าง แต่ขึ้นมาแป๊บเดียวหนาวอีกเพราะหิมะตก ร้อนๆหนาวก็ฟินดีครับ ค่าเข้า 600 เยนครับ หน้าหนาวเปิด 9.00-20.00


Sainokawara onsen รูปจาก internet นะครับ

ขากลับมืดแล้วไฟสวยเลย

เซ็ทอาหารเช้าแบบอังกฤษที่ KaneMidori จริงๆน่าจะเป็นแบบญี่ปุ่นมากกว่า อร่อยดีครับ กินง่าย แต่ผักดองบางอย่างก็ไม่อร่อย ตรงกลางมีตระแกรงเหล็กมาให้ปิ้งปลา กับชาบูให้คนละชุดครับ

ทางเดินไปห้องอาหารกับออนเซ็น

หลังกินข้าวกลับมาที่ห้องตามสไตล์เรียวกังก็จะมีคนมาปูที่นอนให้เรียบร้อยแล้ว มีฮีทเตอร์ในห้อง นอนอุ่นสบายดีครับ

จาก Takaragawa onsen วันนี้เราจะไปต่อกันที่  snow monkey park รถออกจากโรงแรม 9.15 ถึงสถานีประมาณ 10 โมงเช้า ต่อ Shinkansen ไปลง Takasaki นั่ง shinkansen อีกรอบไปลง Nagano station

การไป snow monkey ไปได้หลายทาง ใช้ JR pass ไม่ได้แล้ว เราซื้อ snow monkey 2 day pass ราคา 3500 เยน นั่งได้ทั้ง Express bus , Local bus และก็รถไฟ Nagano dentetsu line รวมค่าเข้า snow monkey park แล้วด้วยครับ (เข้าได้ครั้งเดียวนะครับ)​ ซื้อได้ที่ bus stop 23-24 จะมีพนักงานยืนขายอยู่ครับ

เราฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ที่ Nagano station เอาของใส่เป้ไปสำหรับนอน 1 คืน จากนั้นนั่ง bus รอบ 13.15 ไปถึง snow monkey park bus stop (B) เวลา 14.05 ใช้เวลาเดินทางราว 50 นาทีครับ

จาก bus stop B เดินไปอีกประมาณ 30-40 นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนลิง วันที่พวกผมไปหิมะตกพอดี ที่ร้านขายของที่ระลึกก่อนทางเดินขึ้นเขาจะมีชุดกันฝน รองเท้าบูท ให้เช่า มีร่มขาย หาซื้อได้จากตรงนั้นเลยครับ ทางเดินเป็นทางเดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ แต่ไม่ชันนะครับ มีจุดที่ต้องขึ้นบันไดแค่ 2-3 จุดเอง วันเดินเข้าเดินสบายมาก หิมะน่าจะตกได้ไม่นาน ทางไม่ลื่นครับ รองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้ากันน้ำธรรมดาก็เดินไปได้ชิวๆ

ค่าเข้าสวนลิงรวมมาใน pass แล้ว เอาไปแลกที่เค้าเตอร์ขายบัตรตรงทางเข้าได้เลยครับ จะได้สติกเกอร์มาด้วย ภายในสวนลิงไม่ใหญ่มาก มีลิงหิมะเต็มเลย คนน่าจะพอๆกับลิงครับ ลิงที่นี่ไม่กลัวคน วิ่งไปมาไม่สนใจคนเลย บางตัวก็ลงไปแช่น้ำร้อนที่คนทำไว้ให้ แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ตามพื้นเก็บอาหารกินมากกว่า

คนมาดูลิงกันมากมายครับ บ่อที่ลิงลงไปแช่ก็เล็กนิดเดียว

ดูลิงจนเพลินแป๊บเดียว 4 โมงเย็นแล้วครับ หน้าหนาวสวนปิด 16.00 น. นะครับ ออกตรงตามเวลาเป๊ะ วันนี้เราจองที่พักไว้ที่ Jigokudani onsen Korakukan ที่พักอยู่ก่อนทางเข้าสวนลิงนิดเดียว

กลับออกมาจากสวนลิง เดินทางมาตามทางเดินก็จะเห็นเรียวกังอยู่ฝั่งตรงข้ามครับ ข้ามสะพานไปนิดเดียวก็ถึง ตรงสะพานมีป้ายบอกทางด้วยนะครับ นี่เก่าแก่กว่าสวนลิงมากมายครับ

ที่พักสร้างจากไม้ วันนี้เราพักันที่ชั้น 2 ห้องเล็กกว่าที่ takaragawa onsen นิดนึงครับ ในห้องปูที่นอนให้เรียบร้อยตั้งแต่เข้าไปทีแรกเลย ครับ มีผ้าเช็ดตัว ยูคาตะ ชุดน้ำชา ฮีทเตอร์ให้นะครับ

ที่นีมี ออนเซ็นกลางแจ้งบ่อรวมเล็กจะแบ่งเวลาสำหรับชายหญิง หลังจาก 2 ทุ่มไป เข้าไปใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงนะครับ  เป็นออนเซ็นกลางแจ้งที่แท้ทรูจริงๆ อยู่ติดริมลำธารที่เราเดินข้ามา มองจากทางขึ้นสวนลิงก็เห็นครับ แช่ไปปมองลำธารไป มองลิงไป เพลินครับ   พนักงานที่โรงแรมบอกว่าห้ามจ้องตามัน เดี๋ยวมันจะคิดว่าเราอยากจะ fight ครับ นี่ก็แช่ไปหลบตาลิงไป กลัวลิงมันจะวิ่งมากัดเหมือนกัน 555 ตอนพวกเรามาพักเจอแขกมาแช่ออนเซ็นด้วยกันแค่ครั้งเดียว เรียกว่าเกือบเป็น     private onsen เลยครับ

รูปพวกนี้ถ่ายตอนไม่มีคนนะครับ ซึ่งก็ไม่มีคนเกือบจะตลอดเวลา ตอนเช้าลิงยึดบ่อหมดเลย

บ่อข้างในฝั่งผู้ชายก็ไม่มีคนมาใช้เลยครับ เจอคนเอเชียเหมือนคนจีนมาใช้ครั้งเดียว

ห้องพักไม่มีห้องน้ำในตัว มีอ่างล้างหน้าอยู่หน้าห้องพัก ห้องน้ำแยกไปต่างหาก มี family onsen เป็นห้องเล็กสำหรับแช่ private ครับ ไม่ต้องจองเวลาเข้าไปใช้ได้เลย เพียงแค่ใช้เสร็จแล้วเปิดประตูทิ้งไว้ให้รู้ว่าห้องว่างแล้ว ตั้งแต่ผมเข้าพักก็ไม่เห็นใครใช้นะครับ ตอนแรกคิดว่าไม่มีคนพัก แต่ตอนกินข้าวเย็นเห็นมีฝรั่งพักหลายยคนอยู่นะครับ
Jigokudani Korakukan ราคารวมอาหารเช้า – เย็น อยู่ที่คืนละ 27324 เยน จองผ่าน booking.com อาหารเย็น 18.00 น. รอบเดียวไม่มีให้เลือกเวลาครับ อาหารเย็นตามไสตล์ญี่ปุ่น ที่ดีงามสุดคือปลาย่างเกลืออีกแล้ว มีเป็ดหม้อไฟให้ 1 หม้อ เนื้อเป็ดให้เยอะอยู่ เทมปุระฝักต่างๆ แล้วก็ซาซิมิ กับฝักดองอีกเล็กน้อย น้ำเปล่ากับชาฟรี มีเบียร์กับสาเกให้สั่งเพิ่มได้ เผื่อใครอยากได้ alcohol ในเรียวกัง มีตู้กดน้ำ 1 ตู้ราคาแรงกว่าปกตินิดหน่อยค ใครติดขนมควรซื้อตุนเข้ามาก่อนเลยครับ อาหารเช้ามีสลัด 1 ถ้วย ฝักดอง ไข่ออนเซ็น แล้วก็ฝักดองอีกเล็กน้อย ถามว่าอิ่มมั้ย ตอบเลยว่าไม่ 555
อาหารเย็น
อาหารเช้า มีซุปมาให้เพิ่มจากในรูปอีกถ้วยนะครับ
ตู้กดน้ำหนึ่งเดียวที่มี

เมื่อคืนที่เราพัก หิมะตกทั้งคืนเลย มีออกไปแช่ออนเซ็นกลางแจ้งช่วง 4 ทุ่มแป๊บนึงด้วยครับ แต่ค่อนข้างน่ากลัว หิมะแรง ลมแรง แถมมืดมาก รอบๆบ่อก็มีลิงน้อยนั่งกันเต็มไปหมด 555

วันนี้เราจะไปต่อกันที่ Awanoyu ,Shirahone onsen ,Matsumoto จาก Jigokudani เดินออกมาราวๆ 30 นาที เนื่องจากเมื่อคืนหิมะน่าจะตกทั้งคืน วันนี้ทางเต็มไปด้วยหิมะครับ รองเท้าบูทรอด รองเท้าอื่นอาจจะเปียกนิดหน่อย แนะนำถ้าใครจะเข้ามาอย่างน้อยควรใส่รองเท้ากันน้ำนะครับ จะได้ไม่เปียกเข้าไปในรองเท้า

เดินออกมาหิมะตกปรอยๆ มีคนเดินสวนทางเข้าไปเป็นระยะ ขากลับรู้สึกว่าทางสั้นลง แป๊บเดียวออกมาถึง Kanbayashi onsen (bus stop A) แล้ว รถมาก่อนเวลานิดหน่อย ออกตรงเวลาเป๊ะครับ ขากลับเราไม่ได้นั่ง bus ยาวไป Nagano station เหมือนเดิม เพราะ bus รอบแรกที่ยิงยาวมี 11.39 น. ซึ่งถ้าเราไปรอบนี้จะ ไม่ทันรถไปไป Matsumoto เราเลยต้องนั่ง bus ไปลง Yudanaka station ต่อด้วยรถไฟสาย local ไปลง Nagano station ตรงนี้ใช้ snow monkey 2 days pass ได้หมดครับ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

จาก Nagano station เรานั่ง LTD EXP ไปอีก 51 นาที ก็ถึง Matsumoto จาก Matsumoto station ไป Shirahone onsen ได้ 2 วิธีครับ วิธีแรกคือนั่งรถไฟไปลงที่ Shin shimashima station จากนั้นต่อรถ bus ไป อีกวิธีคือนั่ง Bus ยาวจาก Matsumoto ไปเลย วิธีที่ 2 ง่ายกว่าครับ ไม่ต้องไปต่อรถให้ยุ่งยาก เพราะรถ bus ที่ไปรับตรง shin-shimashima ก็วิ่งไปจาก Matsumoto นี่แหละครับ

พอมาถึง Matsumoto ออกทางไป Matsumoto castle นะครับ สถานีรถบัสอยู่ฝั่งตรงข้าม มองไปจะเห็นรูปรถบัสอยู่บนตึกครับ


รอบรถบัสมีค่อนข้างน้อย มีรอบเช้า 8.00 แล้วก็มา 13.28 เลย พวกเรานั่งรอบ 13.28 ครับ ตามตารางเวลาจะไปถึงเวลา 15.04 แต่เนื่องจากเป็นหน้าหนาวรถวิ่งได้ไม่เร็วมาก วิ่งผ่านอุโมงค์ทะลุหุบเขาเข้าไปเรื่อยๆด้วยครับ ในอุโมงค์ทางแคบเวลารถสวนกันก็ลำบาก กว่าจะถึงก็ประมาณ 2 ชั่วโมงครับ


ซื้อตั๋ว round trip คุ้มสุดนะครับ ตรงนี้ใช้ pass ไม่ได้ ไปกลับ 3500 เยนครับ

Awanoyu เป็นเรียวกังกลางหุบเขา ตอนแรกคิดว่าจะไม่เจอหิมะที่นี่แล้ว นั่งรถมาเรื่อยๆจาก Mastusoto ที่ไม่เห็นหิมะเลย ค่อยๆมีหิมะมากขึ้นๆๆ จนมาถึงเรียวกังหิมะหนาสมใจอยากเลยครับ


 ที่ Awanoyu เราจองห้องพักที่ราคาถูกสุด รวมส่วนลด 30% จาก EXpedia  อยู่ที่ 98xx บาท เป็นคืนที่แพงทุกสุด แต่คิดว่าคุ้มค่าที่สุดแล้วครับ

เริ่มจากห้องก่อนเลย คือห้องใหญ่มาก นี่คือห้องเล็กสุดแล้วของที่นี่ แต่คือดีงามมากครับ มีทุกอย่างครบ เราได้ห้องมุมห้องแรกเลย มองไปเห็นออนเซ็นกลางแจ้งด้วย

อาหารเย็นมากินกันที่ห้องอาหาร ที่นี่จะแยกเป็นห้องใครห้องมันนะครับ อาหารเย็นคือดีมาก ไม่ได้ยกมาทั้งหมดทีเดียว พอเรากินแต่ละอย่างหมดค่อยมาเสิร์ฟเรื่อยๆ กินกันจนจุกไปเรื่อย ตบท้ายด้วยผลไม้ เมล่อนกับแอปเปิ้ล

อาหารเช้า ทางเรียวกังจะให้เราเลือกระหว่างข้าวกับข้าวต้ม กินกับเต้าหู้ ปลาแซลมอนย่าง ไข่หวาน สลัด ฝักดองต่างๆ มีผลไม้เป็นส้มยุซุ

ออนเซ็นที่นี่จะแบ่งชายหญิง มีออนเซ็นในอาคาร ออนเซ็นกลาแจ้ง ชาย-หญิง บ่อเล็กๆ ที่ห้ามพลาดเลยคือบ่อรวมครับ บ่อรวมกลางแจ้งเปิด 24 ชั่วโมง เข้าได้จากทั้งฝั่งผ็ชายและฝั่งผู้หญิง ผู้หญิงจะมีเกาะอกให้ใส่ลงไปแช่ได้ แต่ถึงไม่ใส่ก็ไม่โป๊นะครับ น้ำเป็นสีน้ำนม มองไม่เห็นเวลาอยู่ในน้ำ ตอนที่พวกเราไปหิมะตกพอดี แช่กลางหิมะคือดีมาก นี่ลงไปชั่วโมงครึ่งไม่อยากขึ้นเลย คือน้ำอุ่นกำลังดี กับอากาศเย็นๆ หิมะตก ฟินสุดละครับ


บ่อกลางแจ้งของผู้ชายบ่อเล็กๆคือไม่มีคนมาแช่เลย ไปแช่บ่อรวมกันหมด

ภายในโรงแรมมีตู้กดน้ำราคาเท่าข้างนอก มีน้ำให้เลือกมากมาย ตู้กดอาหารร้อนก็มีนะครับ ไม่ต้องกลัวหิวเลย แต่จริงๆอาหารเย็นคือจุกมาอยู่แล้ว อิ่มจนเช้าครับ

ถ้าให้เลือกความคุ้มค่าทั้ง 4 ที่นี้ผมให้ Awanoyu ที่ 1 ครับ ราคาเกือบหมื่นบาทต่อคืน (ถ้าไม่มีส่วนลดราคาประมาณ 12xxx บาท) แต่ทุกอย่างคือดีจริงๆ อาหารอร่อย ห้องพักดี ที่สำคัญเลยคือออนเซ็นดีมากๆๆๆ

อันดับสองขอให้เป็น KaneMidori ละกันครับ ที่นี่ห้องพักดี มีออนเซ็นทั้งใน่รมกลางแจ้งถึงแม้จะบ่อเล็กแต่เราสามารถไปแช่บ่อรวมได้ อาหารเช้าคือดีงาม อาหารเย็นสามารถมาเดินเล่นหากินภายใน kusatsu มีให้เลือกมากมายแต่ปิดเร็วไปหน่อย

อันดับสามให้ Takaragawa onsen ละกันครับ ห้องไม่ใหญ่มากแต่อุ่นสบาย ตอนปูที่นอนเค้าปูให้ส่วนหน้าเลย ไมได้ยกโต๊ะกลางห้องหลบแล้วปูในนั้น ออนเซ็นดีจริงวิวสวย แต่คนเยอะมากถึงมากที่สุด บางบ่อมีเศษใบไม้อยู่กันบ่อเต็มเลยครับ

อันดับสุดท้ายเป็นของ Jigokudani korakukan การเดินทางที่เข้าถึงยากไปนิด  จากราคาที่ค่อนข้างสูง คิดว่าอาหารน่าจะดีกว่านี้อีกนิดนึงนะครับ ภายในเรียวกังจะมีกลิ่นลิงหรือกลิ่นขี้ลิงนี่ละครับ ลอยเอื่ยๆไปมาอยู่พอสมควร ออนเซ็นตอนเช้าแช่ไม่ได้ ลิงจับจองทั้งหมด ไม่กล้าสู้จริงๆ555

จริงๆตั้งใจจะเขียนรีวิว ให้ละเอียดกว่านี้ แต่งานเยอะมากมายครับ ไม่ได้เขียนรีวิวนานจำวิธีย่อรูปให้ภาพชัดเหมือนเดิมไม่ได้เลย ปกติย่อผ่าน LR ภาพจะชัดกว่านี้ ตอนนี้ลืมไปหมดแล้ว  ถ้ามีอะไรสงสัย inbox หรือเข้าเพจ (ที่อัพเดทปีละครั้ง) มาถามได้เลย ยินดีตอบให้ครับผม

https://web.facebook.com/OrkDern.OnMyWay/

ถ้ามีเวลา และไม่ขี้กียจ เดี๋ยวปลายเดือนกลับจาก เกียวโตมาราธอน จะมารีวิว Shirakawago กับ Kaga-onsen ให้นะครับ นี่ก็น่าจะเป็นออนเซ็นกลางหิมะที่สวยอีกที่นึงครับ

Full Time Doctor Part Time Traveller เจ้าของเพจ ออกเดิน On_My_Way