Cape Dara Resort

ขอรีวิวโรงแรม “Cape Dara Resort, Pattaya” พร้อมกับไลฟ์สไตล์การพักผ่อนในแบบของการกินดื่ม ทำสปา ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ เดินชายหาด เพื่อพักผ่อนอย่างเต็มที่เต็มอารมณ์ ชื่นชมความงามให้ได้มากที่สุด ให้สมกับที่เราได้มีโอกาสใช้ชีวิตท่ามกลางหมู่ดาวครับ

It is reasonable to hope that in the not too distant future we shall be competent to understand so simple a thing as a star.

Arthur Eddington นักดาราศาสตร์ชื่อดังชาวอังกฤษ กล่าวไว้ในยุคที่เรื่องของดาว และจักรวาลยังเป็นเพียงสิ่งไกลโพ้น

ดาวเป็นสัญญะของความงามตามความจริงที่ปรากฎ แม้น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ในดวงดาวมีความจริงอะไรซ่อนอยู่ เนื่องเพราะเราไม่เคยไปเหยียบดวงดาว แต่เรากลับมีหวังว่าสักวัน เราจะเดินไปถึงฝันที่ตั้งไว้ นั่นคือ “ดาว” ในชีวิตจริงของเรา

แม้จะรู้ว่ามันไม่ง่าย … แต่หากมีความตั้งใจ อะไรก็เป็นไปได้

เหมือนโรงแรม 5 ดาว บนโลเคชั่น 6 ดาว แห่งพัทยา ที่ชื่อว่า “CAPE DARA” เป็นเหมือนแสงสว่างที่ส่องประกายให้พัทยากลับมาเป็น Great Destination สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติอีกครั้ง

ตลอดระยะเวลา 5-6 ปีที่เปิดให้บริการของ Cape Dara ผมมาพักที่นี่ทุกปีครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 นี่อาจจะเป็นโรงแรมเดียวกระมังครับ ที่ผมมาพักบ่อยที่สุด ด้วยความที่ใกล้กรุงเทพฯ ด้วยความสวยงามของสถานที่ ความประทับใจการบริการในระดับดีเยี่ยม เป็นกันเอง พนักงานบางคน ผมเจอตั้งแต่มาครั้งแรก ปัจจุบันก็ยังอยู่ ขณะเดียวกันที่นี่ก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอในทุกครั้งที่มาเยือน ให้อารมณ์อบอุ่นเหมือนมาพักบ้านเพื่อนยังไงยังงั้น

ครั้งนี้ ผมเลือกพักห้อง TOP STAR PRIVATE POOL RESIDENCE เป็นแบบบ้านหลังนึงราคาคืนละ 3.4 แสนเอ๊งงงง

เอ๊ยย!! ไม่ใช่

โต๊ะที่ผมนั่งประจำนี้ กลายเป็น Rare Item ของที่ DARA CLUB LOUNGE PRIVILEGES ฮอตยิ่งกว่าเก้าอี้ดนตรีเสียอีกครับ เหมาะมากหากใครมากับแฟน มาเป็นคู่ (แทคชวนแฟนเลยสิครับ แนะนำเลย) … แต่ถ้ามาคนเดียวแบบผม ก็อาจจะเหงาๆ นิดหน่อย

•PATTAYA

วิวนี้ ใครจะคิดว่าที่นี่คือ “พัทยา” ถ่ายตอนพระอาทิตย์ตกดินที่ชายหาดของโรงแรมครับ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า เวลาย่ำค่ำถือเป็นช่วงเวลาทองของคนชอบถ่ายภาพ เสียดายวันที่ไป แดดไม่ค่อยดี สีที่ออกมาจึงค่อนไปทางเศร้าๆ หม่นๆ ครับ

เอาละ ผมเอาของลงที่จุด drop off เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมนำไปส่งไว้ที่ห้องพักก่อนนะครับ และขอรีวิวโรงแรม “CAPE DARA” พร้อมกับการกินดื่ม สปา พักผ่อนอย่างเต็มที่ เต็มอารมณ์ ชื่นชมความงามให้เต็มที่ ให้สมกับที่อยู่ท่ามกลางหมู่ดาวครับ

บริเวณล็อบบี้และเค้าท์เตอร์ให้บริการเช็คอิน มีประติมากรรมชิ้นใหญ่ให้เราถ่ายรูปเล่นรอระหว่างเช็คอิน หรือจะนั่งรอตรงนี้ก็ได้ครั

DARA CLUB LOUNGE PRIVILEGES

หากใครจองเข้าพักที่ห้อง type สูงกว่า DELUXE สามารถขึ้นลิฟท์มาชั้น 24 เพื่อมาเช็คอินได้ที่ DARA CLUB LOUNGE PRIVILEGES ส่วนผมขึ้นมาเช็คอินที่ DARA CLUB LOUNGE PRIVILEGES กดลิฟท์มาชั้น 24 เมื่อมาถึงสามารถแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ด้านล่างได้เลยครับ จะนำพาทุกท่านขึ้นมาชั้นบน วิวที่ต้อนรับเราก็จะประมาณนี้ครับ ทะเลสุดลูกหูลูกตา

รับเครื่องดื่มเย็นๆ มาทานให้ชื่นใจ นั่งพักให้หายเหนื่อยจากการเดินทางกันก่อนครับ ได้เวลา Sunset Cocktail พอดี มีความตั้งใจในการลองเครื่องดื่มหลายตัวตามที่บาร์เทนดี้แนะนำ ส่วนตัวผมว่า Cherrylicious หอมอร่อยมากครับ

เอ๊ะ!! ชักมึนๆ

มาถึงก็ตื่นตกใจกับวิว Signature ของที่นี่เลยครับ มุมนี้เป็นมุมมหาชน ใครมาก็อยากนั่ง

นั่งอยู่ที่ DARA CLUB LOUNGE PRIVILEGES จนค่ำ ที่นี่นอกจากจะเห็นวิวทะเลแล้วยังมองเห็นวิวเมืองพัทยา ไม่ไกลจากโรงแรมนัก เป็นห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่ชื่อ Terminal 21 Pattaya

ส่วนวิวมหาชน ต้องมุมนี้มีความเห็นชายหาดโค้งของพัทยา ไล่จากเหนือไปจรดใต้ เมื่อยามเปิดไฟในตอนกลางคืน นับว่าสวยงามมากครับ

•CAPE DARA ROOM

เข้าห้องพักกันดีกว่า เลือก Room Type เป็น DARA PRIVATE POOL SUITE ซึ่งเล็งไว้นานแล้ว ครั้งนี้ขอทุ่มงบสักที แต่เอาเข้าจริง ราคาที่ผมจองกับราคาโปรโมชั่นตอนนี้ต้องบอกว่า เห็นแล้วอยากร้องห้ายยยย ใครที่จองโปรตอนนี้ ราคาดีงามกว่าผมมากครับ เหลือคืนละ 9 พันกว่าบาทเอง จากราคา 20,000 บาท ภายในห้องกว้าง ประมาณ 46 ตารางเมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตามมาตรฐานของโรงแรม 5 ดาว เป็นห้องที่มีระเบียงกว้างพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวที่เชื่อมกับสระใหญ่ด้านล่างครับ

ความดีเลิศยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ห้อง type นี้ สามารถเข้าใช้ DARA CLUB LOUNGE PRIVILEGES ได้ตลอดเวลาที่เข้าพัก บอกเลยว่าคุ้มมาก เพราะกินฟรี ดื่มฟรี มี Afternoon Tea เดี๋ยวชา เดี๋ยวกาแฟ ช่วงเย็นมี Sunset cocktail ดื่มเข้าไป อาหาร ของว่างก็อร่อย แทบจะไม่ได้อยู่ในห้องเลยนะ เอาเข้าจริงๆ เทียวไล้เทียวขื่ออยู่ภายในคลับเล้าจน์ นี่แหละครับ อยู่ตั้งแต่เช็คอินยันเช็คเอ้าท์ (ซึ่งก็ทำที่คลับเล้าจน์แห่งนี้เช่นกัน)

แม่บ้านนำขนมมาให้ พร้อมกับผลไม้ตามฤดูกาลอีก 1 ถาด ส่วนตัวมองว่า Benefit ที่ดีและคุ้มค่าอีกอย่างของห้อง type นี้คือ สามารถรับประทาน snack และเครื่องดื่มได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มครับ แม่บ้านเติมให้ทุกวันเลย

ห้องน้ำแยกส่วนเปียกแห้ง ในส่วนของการอาบน้ำมีทั้งที่เป็นอ่างอาบน้ำและฝักบัวครับ ชอบกระจกที่ใสในห้องน้ำแบบนี้ ถ้าพักคนเดียวแบบผม ก็สามารถเปิดเปลือย (กระจก) ได้หมด ไม่ต้องเขิลใคร

ที่กรี๊ดสุด ก็คือเห็น bathroom amenities kit ใช้ของแบรนด์ BVLGARI แบรนด์จากอิตาลี ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี มีทั้งสบู่ แชมพู ครีมนวด ครีมอาบน้ำและโลชั่น …. มันหอมมากกก ครับ ผ่อนคลายเป็นที่สุด

•POOL

สระว่ายน้ำของที่นี่จะมี 2 สระครับ  รูปซ้ายจะเป็นสระที่ผมชอบมาแช่น้ำเล่น ซึ่งจะอยู่ด้านล่างติดชายหาด ส่วนรูปขวาจะเป็นสระใหญ่ด้านบนครับ ทั้ง 2 สระจะมีบาร์คอยให้บริการ

ถ่ายบรรยากาศยามค่ำมาให้ดูกันครับ เป็นสระว่ายน้ำที่ใหญ่และสวยงามมากแห่งนึงเลยทีเดียว

ริมสระมีบาร์ด้วยครับ สามารถจิบเครื่องดื่ม ฟังเพลงและเล่นน้ำไปด้วยได้ที่ twinkle

•RADIUS THE RESTAURANT OF CAPE DARA

ลงมาทานอาหารเย็นกันดีกว่าครับที่ห้องอาหาร RADIUS ซึ่งเป็นห้องอาหารหลักทานเช้า กลางวัน เย็นที่นี่ ครับ ส่วนวันเสาร์แบบนี้ มื้อค่ำจะเป็นซีฟู๊ดบุฟเฟต์ครับ เป็นห้องอาหารที่มีวิวสวยมาก อยู่ถัดจากสระว่ายน้ำ ถ้ามาช่วงเย็นก็จะมองเห็นพระอาทิตย์ตกดิน โรแมนติกมากๆ ส่วนผมมาดึก กลางคืนอาจจะไม่ค่อยเห็นชัดสักเท่าไร แต่ได้ยินเสียงคลื่นซัดตลอดเวลา เพราะว่าที่นี่เป็นห้องอาหารติดริมทะเล

ค่ำนี้ ห้องอาหารค่อนข้างแน่นพอสมควร

ไลน์อาหาร เยอะมากครับเป็นบุฟเฟ่ต์ที่ไม่ได้มีแต่ซีฟู๊ด มีอาหารอินเตอร์ อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น มี station เสต๊กที่กริลล์ให้ทันที  ส่วน station ของหวาน คือดีย์ เพราะยกกองทัพขนมหวานมาให้ทานละลานตา ละลายใจมาก ส่วนใครชอบทานข้าวเหนียวมะม่วง ช่วงนี้อย่าพลาดครับ

ไลน์บุฟเฟ่ต์ ตรงกลางเป็น Cold Seafood หรือซีฟู้ดเสิร์ฟแบบเย็น มีทั้งกุ้ง ทั้งกั้ง มีปูม้านึ่ง ถัดไปมี station ทะเลเผา มี ทั้งปูม้า หอยแมลงภู่ และกุ้งเผา และทีเด็ดคือ หอยนางรมตัวใหญ่ พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ มีน้ำพริกเผา และหอมเจียวให้ด้วยนะ ครบครัน คุ้มค่า

ส่วน station อาหารญี่ปุ่น มีปลาดิบ ซูชิ ซาซึมิ เสิร์ฟครบ

ส่วนด้านในของโรงแรมที่ร้านขนมหวาน ชา กาแฟและไอศกรีมชื่อ mellow  ถัดไปด้านในไฟสีม่วงอมฟ้าคือเล้าจน์ชื่อว่า SPHERE  มาพร้อมกับนิยามความเป็น “โลกใบใหม่” และการตกแต่งแบบทันสมัย มีการเล่นแสงสีจากหลอดไฟ ทำให้เกิดมิติสวยงาม โดดเด่นในยามค่ำคืน เหมาะกับการมานั่งดื่มกินเล่นเพลินๆ หรือจะมาแฮงเอ้าท์กับเพื่อนก็โอนะ

มาลองเทสต์เครื่องดื่มที่เป็น Signature ครับ ชื่อว่า “Interstellar” เป็นเครื่องดื่มที่มีกระบวนการในการปรุงน่าตื่นตาตื่นใจ และครั้งแรกอาจจะสงสัยว่าเป็นเครื่องดื่มเย็น แต่ทำไมใช้ไฟมาเผา

เอาล่ะสิ ไม่บอกหรอก อยากให้มาลองเองครับ

อินเตอร์สเตลล่าเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของไวน์และผลไม้สด ทำให้เกิดความหอมและรสชาติที่ลงตัว ขนาดว่าผมไม่ค่อยดื่ม ยังรู้สึกว่ามันหอมและนุ่มมาก แต่ก็เมานะคร๊าบบบ

ชักมึนๆ กลับมาพักผ่อนที่ห้องดีกว่า

ไวไฟแรงดีโอเคเลยนะ สามารถมานั่งทำงานอ่านอะไรไปเรื่อยเปื่อยได้ทั่วทั้งโรงแรม (ยังไม่เจอสัญญาณหลุด) ดึกๆ มานั่งตรงระเบียงห้องก็ได้ แต่ทำใจหน่อยว่า ยุงเยอะ

GOOD MORNING

ถ้าใครที่พักห้อง type สามารถเลือกได้ว่าจะทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารหลักคือ RADIUS หรือจะขึ้นมาทานที่คลับเล้าจน์ ก็ได้ครับ ข้างบนไลน์อาหารไม่เยอะแต่ก็ค่อนข้างครบ สามารถสั่งเมนูอื่นๆ เพิ่มได้จากพนักงาน มีความเป็นส่วนตัวสูงมากครับ คนไม่เยอะเท่าห้องอาหารด้านล่าง

ผมสั่ง egg benedict มาทานเช้านี้ ครัวซองก์อบร้อนก็อร่อยดีนะครับ

ถ่ายบรรยากาศของห้องอาหารเช้าด้านล่างมาให้ดู ขนาดว่าสายแล้วคนยังเยอะอยู่เลยครับ  เสพวิวทะเลกันเต็มตา

ทานเสร็จลงมา เจอทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่ต่างก็ชอบมาพักผ่อนหย่อนใจที่สระว่ายน้ำกันเป็นพิเศ

•SPA at CAPE DARA

หนีความวุ่นวายไปสปาดีกว่าครับ สปาที่นี่จะอยู่ชั้น 4 ชื่อว่า Luminous Spa  ที่ลูมินัสจะมีคอร์สให้เลือกหลากหลาย หากเลือกไม่ถูกสามารถถามจากเทอราพิสได้ บรรยากาศที่ ลูมินัส สปา มีทั้งแบบเป็นห้องส่วนตัวและ แบบ outdoor เป็นศาลาเปิดโล่ง มองเห็นวิวทะเลอันงดงามของอ่าวพัทยามีทั้งห้องทรีตเมนต์เดี่ยว ห้องคู่ มีห้องอาบน้ำกลางแจ้ง และระเบียงอาบแดด นอกจากนี้ยังมีบริการห้องอบไอน้ำ และอ่างจากุซซี่อีกด้วยครับ  การนวดที่เป็นเอกลักษณ์ของ ลูมินัส สปา คือ Luminous Signature ซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 90 นาที ไล่ตั้งแต่นวดเท้าด้วยเกลือหิมาลัยเรื่อยไปจนถึงนวดน้ำมัน

การนวดที่เป็นเอกลักษณ์ของ ลูมินัส สปา คือ Luminous Signature ซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 90 นาที เริ่มต้นด้วยการแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นผสมผลึกเกลือแท้จากเทือกเขาหิมาลัย พลังจากเกลือจะช่วยดึงพลังงานลบในร่างกายทำให้รู้สึกสบายและยังช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยที่เท้าได้  ต่อด้วยการนวดในรูปแบบเฉพาะของ ลูมินัส สปา ด้วยเทคนิคการนวดที่ผสมผสานกันมาเป็นอย่างดีช่วยปลดปล่อยกล้ามเนื้อและจิตใจให้คลายจากความเครียด

เห็นได้จากการสัมผัสที่ละมุนละไมพร้อมความใส่ใจส่งจากเทอราพิสมาสู่เราซึ่งเป็นผู้รับ ด้วยการนวดด้วยน้ำมันชั้นเยี่ยมสูตรพิเศษกลิ่นวานิลลามิ้นต์ ที่ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำมันด้วยการอุ่นร้อนช่วยให้อวัยวะภายในทำงานสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ส่วนตัวชอบกลิ่นหอมนุ่มนวลจากดอกวานิลลาผสานกับความสดชื่นของใบมิ้นต์ ทำให้รู้สึกอบอุ่น สบายใจ และมีชีวิตชีวา

นวดเสร็จก็มาแช่น้ำทำงานต่อที่สระส่วนตัวในห้องพัก ชอบเปลน้ำตัวนี้จัง นั่งนอนสบายมาก

มื้อเที่ยงผมไปทานบุฟเฟ่ต์ติ่มซำที่ห้องอาหารจีน Ming Xing ครับ

ที่นี่มีทั้งส่วนของบุฟเฟ่ต์ กับคาราวาน “ติ่มซำ…คำโต” และแบบตามสั่ง (จานแนะนำคือเป็ดย่างหนังกรอบ สลัดกุ้งทอดครีมซอส และบะหมี่ขาห่านอบหม้อดิน) ส่วนติ่มซำก็เลือกได้ตามใจเลยครับ จะชอบทานแบบไหน มีทั้งขนมจีบ ฮะเก๋า กุ้งนึ่งมะนาว ลูกชิ้นกุ้งบล็อคโคลี่ ก๋วยเตี๋ยวหลอดผักโขม สาหร่ายไส้กุ้ง โอ๊ยยเยอะอ่ะ เครื่องดื่มจะเป็นชาจีนหรือเก็กฮวย ร้อนเย็น สั่งได้หมดเลยครับ

ส่วนตัวชอบการเลือกใช้สีของอาหารนี้ครับ คือเบื่อความเป็นจีนกับสีแดงมาก อยากให้ลองเฉดอื่นเพิ่มเข้าไปด้วย อย่างที่หมิงซิงจะเน้น ชมพู บานเย็น ขาว

ผมเชื่อว่าหลายคนเป็นเหมือนกัน ระยะหลังๆ เราอยากจะ ละเมียดละไมกับการเที่ยวมากขึ้น เน้นการพักผ่อนแบบจริงจัง ไม่ได้เป็นการตะบี้ตะบันเที่ยวเหมือนสมัยก่อนตอนเป็นวัยรุ่น ราวกับไปเก็บแต้มเช็คอิน สร้างแลนด์มาร์กแล้วกลับ เคยถามตัวเองได้คำตอบว่า … หรือบางทีเราอาจจะต้องการแค่เปลี่ยนบรรยากาศที่นอน กับการพักผ่อนในสถานที่ มีวิวสวยๆ ให้มอง มีไวน์อร่อยๆ ให้จิบ มีเสียงคลื่นซัดเล็กน้อย พอให้มีความชุ่มชื่นในใจ แค่นี้ก็พอแล้ว เหมือนกับการได้นั่งเหม่อมองวิวที่คลับเล้าจน์ บนชั้น 24 ของ CAPE DARA RESORT สามารถมองเห็นพัทยาในมุมใหม่เกือบ 270 องศา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร +66 (0) 38 933 888
หรืออีเมลล์ reservation@capedarapattaya.com
Line id: Cape Dara Resort
และ https://www.capedarapattaya.com/

• A Digital Content which serving by the journalist with a main topic PHOTO TRAVEL, HOTEL & LIFESTYLE via eyes, vision and message. We’re the best online travel, lifestyle and culture magazine to be inspired to journey, defy the norm and change the world •